ผลงาน-ติดตั้ง-evcharger-วงจร2-ติดตั้งวงจรที่2-กรุงเทพ1
วิธีติดตั้งวงจรที่ 2 กรุงเทพมหานคร ประหยัดค่าไฟได้จริง [คู่มือ 2025]

               ติดตั้งวงจรที่ 2 กรุงเทพมหานครกำลังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าในบ้าน คุณทราบหรือไม่ว่าค่าบริการเริ่มต้นสำหรับการติดตั้งแบบ Single Phase อยู่ที่ 12,900 บาท และ Three Phase ที่ 22,900 บาท ซึ่งรวมค่าอุปกรณ์ตามมาตรฐานไว้แล้ว

               วงจรที่ 2 หรือ วงจร2 นั้นเป็นระบบไฟฟ้าที่การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจัดเตรียมไว้เพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีความต้องการเพิ่มมิเตอร์ไฟฟ้าหรือต้องการติดตั้ง EV Charger ในพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ 

 ประเภทมิเตอร์เดิม → ใหม่                      ระบบไฟฟ้า              ค่าตรวจ/ค่าธรรมเนียม (โดยประมาณ)

     5(15)A → 15(45)A                                1 เฟส                                  เริ่มต้น 700 บาท

     15(45)A → 30(100)A                           1 เฟส                                  เริ่มต้น 700 บาท

     15(45)A → 30(100)A                           3 เฟส                                  เริ่มต้น 1,500 บาท

                 หากต้องการเปลี่ยนไปใช้มิเตอร์แบบ Time of Use (TOU) เพื่อให้ได้ค่าไฟราคาถูกลงในช่วง Off-Peak (ชาร์จตอนกลางคืน) อาจมี ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับมิเตอร์ TOU โดยรวมอาจอยู่ที่ประมาณ 3,740 – 6,640 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดมิเตอร์และนโยบาย ณ ปัจจุบัน 

                 การติดตั้ง EV Charger หรือการเพิ่มวงจรไฟฟ้าอาจดูซับซ้อนสำหรับหลายคน ดังนั้นจะแนะนำขั้นตอนการติดตั้งวงจรที่ 2 อย่างละเอียด รวมถึงอุปกรณ์ที่จำเป็นและวิธีการติดตั้งให้เป็นไปตามมาตรฐานของการไฟฟ้า ไม่ว่าจะต้องการเพิ่มกำลังไฟฟ้าในบ้านหรือเตรียมพร้อมสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า บทความนี้จะช่วยให้เข้าใจทุกขั้นตอนอย่างชัดเจน


ทำความเข้าใจระบบ วงจรที่ 2

              วงจรที่ 2 เป็นการเดินวงจรไฟฟ้าใหม่คู่ขนานกับวงจรเดิมของบ้าน โดยแยกออกมาเป็นอิสระจากระบบไฟฟ้าหลัก วงจรนี้เป็นการเดินสายไฟจากมิเตอร์ของบ้านมายังตู้ไฟโรงจอดรถโดยเฉพาะ ซึ่งช่วยให้การชาร์จรถไฟฟ้ามีความปลอดภัยสูงและไม่รบกวนการใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เมื่อติดตั้งวงจรที่ 2 สายไฟจากมิเตอร์บ้านจะถูกแยกเป็น 2 ชุด ประกอบด้วยสาย Line และสาย Neutral รวม 4 เส้น โดยทั่วไปมิเตอร์ไฟฟ้าบ้านเดี่ยวหรือทาวน์โฮมจะมีขนาด 15(45) ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับการชาร์จรถ EV ผู้ใช้ไฟฟ้าจึงต้องทำเรื่องขอขยายมิเตอร์เป็นขนาด 30(100)

ข้อดีของระบบ วงจรที่ 2 มีหลายประการ 

- ลดความเสี่ยงเรื่องไฟฟ้าลัดวงจรและป้องกันไฟเกินพิกัด

- รองรับการชาร์จไฟที่รวดเร็วโดยไม่กระทบต่อไฟฟ้าในบ้าน

- ไม่ต้องรื้อระบบไฟฟ้าเดิม ทำให้ติดตั้งง่ายและรวดเร็ว

- ควบคุมค่าไฟของครัวเรือนได้ง่ายขึ้น

             ติดตั้งวงจรที่ 2 ต้องมีเมนเซอร์กิตเบรกเกอร์แบบ 40A / 50A 2 Pole พร้อมติดตั้ง RCD กันไฟดูด และระบบกราวด์ความลึก 2.4 เมตร ทั้งนี้ วงจรที่ 2 ต้องได้รับการติดตั้งตามมาตรฐานของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สำหรับจังหวัดอื่นๆ ทางการไฟฟ้าได้มีทางเลือกในการติดตั้ง EV Charger โดย กฟน. อนุโลมให้ผู้ใช้ไฟฟ้าติดตั้งวงจรที่ 2 สำหรับ EV Charger โดยต้องเปลี่ยนขนาดมิเตอร์ให้เหมาะสม ขณะที่ กฟภ. อนุญาตให้ติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าลูกที่สองโดยการเดินสายเมนที่สองไปยังจุดติดตั้ง

ขั้นตอนการติดตั้งวงจรที่ 2 ในกรุงเทพมหานคร

                   ติดตั้งวงจรที่ 2 ในกรุงเทพมหานครนั้นไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด โดยปกติแล้วใช้เวลาดำเนินการประมาณ 1-2 วันทำการ ขึ้นอยู่กับพื้นที่และจำนวนผู้ใช้บริการ ซึ่งผู้ใช้ต้องทำเรื่องขอขยายมิเตอร์กับการไฟฟ้าโดยเปลี่ยนจากขนาด 15/45 เป็น 30/100A เอกสารที่ต้องเตรียมประกอบด้วย บัตรประชาชน และหนังสือรับรองการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายใน (ถ้ามี)

                  จากนั้น ดำเนินการติดตั้งระบบไฟตามมาตรฐานการไฟฟ้า ติดตั้งวงจร 2 โดยเดินสายเมนใหม่จากมิเตอร์มายังตู้ควบคุมไฟฟ้าไปที่จุดติ้นตั้ง และติดตั้งเครื่องชาร์จ EV หลังจากติดตั้งเสร็จแล้ว ให้แจ้งการไฟฟ้านครหลวงเพื่อตรวจสอบมาตรฐานการติดตั้ง หากผ่านการตรวจสอบ ทางการไฟฟ้าจะมาเปลี่ยนมิเตอร์ใหม่เป็นขนาด 30/100A

                  ทั้งนี้ กฟน. มีข้อกำหนดเฉพาะสำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ โดยอนุญาตให้ต่อวงจรขนานกับเมนเซอร์กิตในบ้านออกมาจากมิเตอร์ลูกเดียวกัน แต่โหลดทั้งหมดรวมกันต้องไม่เกินขนาดของมิเตอร์ เมื่อติดตั้งสำเร็จการเก็บค่าไฟฟ้าจะแยกตามรายมิเตอร์อย่างชัดเจน



อุปกรณ์ที่จำเป็น และมาตรฐานความปลอดภัย

                   ความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญในการ ติดตั้งวงจรที่ 2 สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าในกรุงเทพมหานคร การเลือกอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานจึงเป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้ จำเป็นต้องใช้สายไฟทองแดงขนาด 16 ตารางมิลลิเมตรขึ้นไป ชนิด THW หรือที่เป็นวัสดุไม่ลามไฟและมีมาตรฐาน มอก. รองรับ โดยแบรนด์ยอดนิยมได้แก่ Yazaki,บางกอกเคเบิ้ล และ TripleN PKS

                  ตู้คอนซูเมอร์ที่ใช้ควรมี 4-7 ช่อง พร้อมติดตั้งเบรกเกอร์ MCB ขนาด 40A แบบ 2 Pole หรือ 50A แบบ 2 Pole ขึ้นไปตามความเหมาะสม ซึ่งสามารถใช้ได้กับระบบไฟ 1 เฟส และ 3 เฟส พร้อมเลือกแบรนด์ชั้นนำอย่าง ABB,Schneider,Panasonic,PHILIPS,Haco หรือ NANO

                  สำหรับหลักดิน ต้องใช้แท่งเหล็กหุ้มทองแดงหรือแท่งทองแดงตามมาตรฐาน ว.ส.ท. โดยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 5/8 นิ้ว และความยาวไม่น้อยกว่า 2.4 เมตร และสายต่อหลักดินจะต้องมีขนาด 10-16 ตารางมิลลิเมตร นอกจากนี้ ต้องติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่ว (RCD) ประเภท B ซึ่งสามารถตัดไฟได้ทั้งกระแสตรงและกระแสสลับ แต่หากเครื่องชาร์จสามารถตัดไฟกระแสตรงได้ สามารถใช้ Type A ได้

                  ตามมาตรฐานMEA ระบบวงจรไฟฟ้าต้องออกแบบเพื่อรองรับเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า โดยพื้นที่ติดตั้งต้องแห้ง อากาศถ่ายเทสะดวก และห้ามติดตั้งใกล้วัสดุไวไฟ ที่สำคัญ! ห้ามต่อสายไฟเฟสหรือสายนิวทรัลข้ามระหว่างวงจรโดยเด็ดขาด และควรเลือกใช้ช่างที่มีใบอนุญาตเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

สรุป

                 ติดตั้งวงจรที่ 2 สำหรับบ้านในเขตกรุงเทพมหานครจึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยค่าบริการเริ่มต้นที่ราคาไม่สูงมากเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับ ระบบวงจรที่ 2 ช่วยแก้ปัญหาการใช้ไฟฟ้าเกินกำลังและลดความเสี่ยงเรื่องไฟฟ้าลัดวงจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม เรื่องความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ การเลือกอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานและการติดตั้งตามข้อกำหนดของการไฟฟ้านครหลวงเป็นสิ่งสำคัญที่ละเลยไม่ได้ ควรเลือกใช้บริการจากช่างผู้มีใบอนุญาตเพื่อความปลอดภัยสูงสุด


- - ติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ - -

Facebook : Recharger Energy 

LINE : @recharger 

Tel : 063-776 6637

หรือติดต่อได้ที่ แยกคีรี ชลบุรี ( Recharger Energy รับติดตั้งเครื่องชาร์จรถไฟฟ้า ชลบุรี )